sakura's memories

posted on 09 Apr 2009 23:02 by madmelodysarang

   # Prologue :  พานพบ

   "สภาพอากาศในวันพรุ่งนี้ของเมืองxx ตอนเช้าเมฆมาก ตอนบ่ายฟ้าจะเปิดโล่ง คาดว่า......."

   หนุ่มน้อยในชุดนอนลายการ์ตูนกดรีโมทหรี่เสียงทีวีเมื่อโทรศัพท์มือถือข้างตัวเขาส่งเสียงร้องขึ้นมา เสียงที่ตั้งไว้เฉพาะ เขายิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะเลื่อนมันขึ้น 

   "ฮัลโหล"

   "เจอกันที่สวนตอนเที่ยงนะ"

   ทันทีที่เสียงเจื้อยแจ้วของเขาส่งไปถึงปลายสาย ก็มีเสียงชายอีกคนหนึ่งตอบกลับมาสั้น ๆ เหมือนเดิม การสนทนาของทั้งคู่ใช้เวลาไม่เคยเกินครึ่งนาทีเลย หนุ่มน้อยหน้าบู้ เขาบุ้ยปากออกมาด้วยความไม่พอใจ

   พลาดอีกแล้ว ให้มันได้ยังงี้สิ เขาคิด

   ห่างออกไปสองตึก หนุ่มน้อยอีกคนกำลังวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ เขากุมหน้าอกตรงหัวใจไว้แน่นไว้แน่นราวกับว่ากลัวมันจะดีดตัวออกมาภายนอก

   เอาอีกแล้ว ทำไมเราถึงเป็นมนุษย์แบบนี้ฟะ เขาคิด ขบฟันแน่น ก่อนที่จะเดินปึงปังหายเข้าไปในห้องน้ำ

   หนุ่มน้อยในชุดนอน ผิวขาวเนียน หน้าตาเกลี้ยงเกลา นิสัยอ่อนวัยกว่าอายุเป็นสิบปี เพื่อน ๆ เรียกเขาว่า "ซึงรี" ความสดใสแบบเด็ก ๆ ของเขาดูจะเป็นฟีโรโมนที่ทำให้คนที่ได้รู้จักเขาต่างก็ปราถนาที่จะเก็บเขาไว้เลี้ยงดูเล่น !?! กับอีกคนนึง "แดซอง" เด็กชนบทเข้ากรุง ผิวสีน้ำผึ้งอันเป็นสัญลักษณ์แห่งวัยเยาว์ที่กร้านแดดกร้านฝน จะว่าไปถ้าเทียบกับ "ซึงรี" แล้ว "แดซอง" ดูจะต่ำต้อยกว่ามาก แต่แดซองของเราจะมีเสน่ห์เฉิดฉายมากเวลาเขาได้จับไมค์ ถ้าถามว่าทั้งคู่เกี่ยวข้องกันยังไง อันนี้แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังไม่สามารถพิเคราะห์ออกมาได้ ทั้งสองดูสนิทกันเกินเพื่อน แต่ก็ไม่ได้ออกไปในแนวพี่น้อง แต่ก็ไม่ได้โอนเอียงไปทางรัก ๆ ใคร่ ๆ เท่าใดนัก อันที่จริงมันก็คงจะแปลกอยู่หากความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นไปในแบบหลัง แต่ไม่ว่าทั้งคู่จะเป็นอะไรก็ช่าง อีกสองชั่วโมงให้หลังทั้งสองมีนัดกันที่ "สวน" ซึ่งมันก็หมายถึงสวนสาธารณะประจำเมืองนั่นเอง 

   เที่ยงตรง

   ซึงรียืนบิดไปบิดมาอยู่หน้าป้ายหินอ่อนทรงรีที่สลักชื่อของ"สวน"เอาไว้ มันเป็นที่ ๆ พวกเขานัดเจอกันทุกที เขายกนาฬิกาขึ้นมาเช็คเวลาอีกครั้ง

   เที่ยงตรง เอาล่ะ คราวนี้จะแก้ตัวว่าไงล่ะ เขาคิด อารมณ์ที่พลุ่งพล่านในใจแสดงออกมาทางสีหน้าอย่างแจ่มชัด

   ห่างออกไปราว ๆ สองถึงสามร้อยเมตรเงาลาง ๆ ของคน ๆ หนึ่งกำลังวิ่งอย่างเอาเป็นเอาตายมาทางสวน ซึงรีแทบไม่ต้องลุ้มว่าใช่แดซองหรือเปล่า เพราะว่า"กริยามันบอกชัดขนาดนั้น" แดซองเบรคกะทันหันจนเสียหลัก หน้าของเขาเกือนจะทิ่มเข้ามาที่หน้าของซึงรี ๆ ผงะออกเล็กน้อย 

   "สายไหมเนี่ย"

   แดซองเอามือยันเข่าหอบแฮ่ก ๆ 

   "สามนาที"

   ซึงรียกนาฬิกาขึ้นมาดูแล้วตอบเสียงเรียบ ๆ 

   "งั้นเดี๋ยวพี่เลี้ยงน้ำปั่นแก้วนึง"

   แดซองเหลือบมายิ้มเจ้าเล่ห์ใส่หน้าบ๊องแบ๊ว

   "โอเค หายกัน"

   ซึงรียิ้มแก้มแทบปริก่อนที่จะหมุนตัวเดินนำออกไปทางแนวต้นซากุระที่เรียงรายกันอยู่เต็มริมฝั่งคลองข้างสวนโดยมีแดซองวิ่งเหยาะ ๆ ตามไปติด ๆ

   สวนแห่งนี้มีเนื้อที่ไม่จะต่ำกว่าหนึ่งไร่ ตรงกลางสนามหญ้าเขียวขจีมีศาลาแบบเกาหลีขนาดใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ ถัดออกไปก็จะเป็นพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำ ซึงรีหยุดอยู่ตรงขอบบันไดที่ทอดยาวจากขอบสนามหญ้าเขียวขจีลงไปสู่ที่ราบกว้างใหญ่ที่มีแม่น้ำไหลผ่านตรงกลาง ที่ทุ่งหญ้านั้นผู้คนชอบมาออกกำลังกายกันทั้งในตอนเช้าและตอนเย็น แน่นอนว่าซึงรีกับแดซองก็เช่นกัน แต่เนื่องจากวันนี้จุดประสงค์ของทั้งคู่คือมาชมดอกไม้ ดังนั้นแทนที่จะเดินลงซึงรีก็เดินเลาะ ๆ ไปตามริม ๆ นั้นแทน ซึงรีเดินอ้อมต้นไม้ต้นโน้นต้นนี้อย่างสนุกสนาน หยอกล้อกับกลีบดอกซากุระที่ถูกลมพัดปลิวละล่องลงมา ส่วนแดซองก็คว้ากล้องขึ้นมาเก็บภาพความน่ารักไว้หลายต่อหลายช๊อต ทั้งสองมีความสุขมากในวันนี้ แต่นั่นก็ก่อนที่แดซองจะมาพบคน ๆ นึง

   บุคคลนิรนามวิ่งตรงเข้ามาทางแดซองที่ไม่ทันได้ระวังตัวเนื่องจากกำลังเพลินกับการถ่ายรูปอยู่ คน ๆ นั้นชนแดซองเต็มแรง ทั้งสองล้มกลิ้งลงไปตามเนินจนไปหยุดอยู่ที่สนามเบื้องล่าง เทันทีที่ตั้งสติได้แดซองก็รีบยันตัวขึ้นด้วยโทสะ และก่อนที่เขาจะพูดอะไร ชายหนุ่มคนนั้นก็รีบใช้มืออุดปากแดซองไว้

   "อย่าส่งเสียงสิแดซอง ที่นี่อันตรา......ย"

   สิ้นคำ ชายคนนั้นก็สิ้นสติลง ทิ้งให้แดซองนั่งงงอยู่บนพื้นหญ้าว่า ชายคนนี้เป็นใคร และรู้จัื่กชื่อของเขาได้ยังไง 

 

 

 

edit @ 10 Apr 2009 00:13:03 by mAdMeLoDy SaRAnG

'till the end of the days # 7 (END) Fool with tears

posted on 06 Sep 2008 12:43 by madmelodysarang

   วันนั้นมันคือฝันร้าย ที่จนถึงทุกวันนี้มันก็ยังคงคุกคามจียงอยู่ ภาพใบหน้ายิ้มแย้มของจีแบที่ตอนนั้นเพิ่งอายุได้หกขวบ กับเขา จียง ที่ตอนนั้นอายุสิบเอ็ด ภาพสองพี่น้องเดินเกี่ยวแขนกันไปไหนมาไหนดูจะเป็นสิ่งที่ช่วยจรรโลงใจให้กับทุกคนในบ้านที่วัน ๆ เอาแต่คร่ำเครียดกับหนังสือกองโตหรือไม่ก็คอยรับโทรศัพท์จากคนไข้ ใช่แล้ว จียงเป็นหลานชายคนโตของผู้บริหารโรงพยาบาลชื่อดัง และเป็นคนที่คุณพ่อหวังจะให้รับช่วงต่อเป็นรุ่นที่สามเพราะว่าสุขภาพของลูกชายคนเล็กไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่นัก จียงผู้น่าสงสาร ในหนึ่งอาทิตย์วันว่างของเขาแทบจะไม่มี เขาถูกสั่งให้ออกจากโรงเรียนเพื่อป้องกันการถูกเพื่อนชักจูงไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควรมาเรียนแบบส่วนตัวที่บ้านโดยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้าที่ถูกซื้อตัวมาด้วยราคามหาศาลเพื่อมาให้ความรู้แ่ก่เขา เขาเติบโตและอยู่มาได้ด้วยความรักจากแม่ แต่แล้วเธอก็จากเขาไปด้วยอายุเพียงสามสิบตอนที่เขาอายุได้เก้าขวบด้วยโรคมะเร็ง จะว่าไปชีวิตเขาเหมือนกับแดซองมาก เพียงแต่แดซองไม่ได้ถูกบังคับให้เล่นดนตรี แต่เพราะเขาเกิดมาด้วยสายเลือดนักดนตรีถึงได้ชอบดนตรีต่างหาก แดซองขาดพ่อ ส่วนจียงขาดแม่ นิสัยของแดซองจึงค่อนข้างจะละเอียดละออแบบผู้หญิง ส่วนจียงจะออกแนวลุย ๆ เพราะเหตุนี้ทั้งสองถึงได้ดูเป็นส่วนเติมเต็มให้กันและกันได้อย่างดี ตลอดเวลาเขาก็ไปก้อร่อก้อติกกับแดซองตลอดเวลา เหมือนกับในกรณีของจีแบ ทั้งสองมีจุดร่วมคืออารมณ์ขัน ทั้งสองมีความสามารถที่จะทำให้บรรยากาศอึมครึมกลับมาสดใสได้ ทำไมนะ เขาถึงได้เป็นคนที่ทำลายคนที่พระเจ้ามอบมาเพื่อสร้างความสุขให้คนรอบข้างได้ถึงสองคนนะ จีแบ แดซอง

##############################################################

   "จีแบ...............แดซอง"

   จียงเพ้อชื่อของสองคนนี้ออกมาตลอดเวลา แม้ว่าน้องซึงฮยอนจะเช็ดตัวให้หลายรอบแก็แล้วแต่ตัวของเขายังคงร้อนจี๋ น้ำตาไหลออกมาจากตาที่ปิดสนิทสองคู่นั้นไม่ได้ขาด ภาพนั้นทำเอาน้องซึงฮยอนอดที่จะร้องไห้ตามไปด้วยไม่ได้ น้องนั่งจับมือจียงไม่ไปไหน ภาวนาให้พี่ฟื้นขึ้นมา ทั้งจียง และแดซองที่ตอนนี้อยู่ในห้องไอซียู

   "จียงเป็นไงมั่ง"

   ยองเบเดินเข้ามาตบไหล่น้องเบา ๆ

   "ไข้ยังไม่ลดเลยพี่ ตัวร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย"

   น้องซึงฮยอนพูดกับยองเบแต่มองไปที่จียง น้องบีบมือเขาแน่น

   "พี่ยองเบ จีแบนี่ใครเหรอ เห็นพี่เขาเพ้อชื่อนี้ออกมาไม่หยุดเลย"

   ยองเบดูตกใจเล็กน้อยกับคำถามของน้อง เขาลังเลอยู่นานว่าจะบอกน้องดีไหมในเมื่อจียงเองยังไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย แต่เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วถึงเขาไม่บอกเดี๋ยวน้องก็ต้องไปถามจียงเองอยู่ดี

   "เขาเป็นน้องชายของจียง"

   "จริงเหรอ เอ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยแฮะ"

   "ก็แค่เคยเป็นนะน่ะ ไม่รู้ก็ไม่แปลกหรอก"

   "เคย ?"

   "ก็............" ยองเบสูดหายใจลึก ๆ ที่จริงเขาไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้เลย "เขาตายไปแล้ว ถูกรถชนน่ะ เมื่อสิบปีก่อน "

   "ง้นที่พี่เขาช๊อคขนาดนั้นก็เพราะเรื่องนี้เหรอคับ" 

   "มันก็...จะว่าใช่ก็ใช่แหละ"

   "พี่พูดอะไรผมไม่ค่อยเข้าใจเลยเนี่ยะ"

   พอยองเบมองหน้าน้องที่ทำสีหน้าอยากรู้อยากเห็นอย่างนั้น ก็ถอนหายใจ แล้วก็จูงน้องมานั่งที่โซฟาที่ตั้งอยู่ติดผนังตรงข้ามกับเตียงคนป่วย

   "เอาล่ะพี่จะเล่าให้ฟัง แล้วไม่ต้องไปพูดต่อล่ะ เดี๋ยวจียงมันเล่นงานพี่แน่เลย"

   น้องซึงฮยอนพยักหน้าหงึก ๆ 

   "รู้ใช่ไหมว่าตอนเด็ก ๆ จียงมันเป็นเด็กค่อนข้างจะ...แบบว่า เก็บกดอ่ะ ตอนนั้นมันยังมีแม่อยู่ก็เลยไม่ค่อนเท่าไหร่ไง แต่ทีนี้แม่มันก็ดันมาเสียไป ตอนนั้นก็เหลือมันกับน้องสองคน พวกนั้นสนิทกันมากเลยนะ พวกเค้าอยู่กันได้สองคน ไม่คอยมานั่งเรียกร้องความสนใจจากพ่อมันด้วยซ้ำ เรื่องมันเกิดตอนวันเกิดครบรอบสิบเอ็ดขวบของจียงอ่ะ พ่อมันบอกว่าจะให้มันไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเป็นของขวัญ มันก็บึ้มใส่พ่อมันเลย มันว่าแล้วน้องจะอยู่กับใคร แต่ที่นี้จีแบ...เอ่อ น้องของมันอ่ะ เหมือนจะถูกพ่อเป่าหูมาแล้วหรือไงเนี่ยแหละ เค้าบอกว่าให้ไปเหอะ เค้าอยู่คนเดียวได้  นายก็รู้นิสัยมันอยู่ใช่มะ ก็เป็นอย่างที่คิดนั่นแหละ มันโมโห แล้วก็ว่าน้องเหมือนที่มันว่าแดซองน่ะแหละ แล้วมันก็วิ่งออกจากบ้านไปที่จริงจีแบไม่อยากให้มันไปหรอก แต่น่าจะเพราะว่ากลัวพ่อนั่นแหละถึงพูดอย่างนั้นจีแบวิ่งตามจียงออกไปจนทันที่สีแยกพอดี เค้าเรียกมันแล้วแต่มันทำเป็นไม่สนใจ เอาแต่เดิน ๆ ๆ  แล้วนายคิดว่าเด็กเจ็ดแปดขวบจะข้ามถนนเป็นไหมล่ะ นั่นแหละ จีแบถูกรถชนเพราะข้ามตอนไฟยังไม่แดง คาที่เลยล่ะ จียงมันรู้สึกผิดมาก แต่ใจนึงมันก็โทษพ่อแล้วตั้งแต่ตอนนั้นมันก็ไม่คุยกับพ่ออีกเลย"

   "พี่เค้าคงจะรักน้องมากนะคับ"

   น้องซึงฮยอนปาดน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความสงสารในชะตากรรมของจีแบ 

   "มันแน่อยู่แล้ว แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนตอนนั้น พี่คบกับมันมานานพี่รู้ดี มันรักนายมาก เพราะงั้นมันถึงได้คอยปกป้องนายมาตลอด ตอนนั้นมันก็ยอมเจ็บแทนนาย ตอนนี้สิ่งที่มันกลัวที่สุดที่มันกลัวนายไม่รักมันนะ  ทำใจสบาย ๆ แล้วก็ดูแลมันแทนพี่ ๆ ด้วย แบบนั้นมันน่าจะหายได้เร็วกว่า"

   น้องซึงฮยอนพยักหน้า จากนั้นยองเบก็โน้มตัวน้องลงมาให้นอนหนุนตักตัวเองเพราะเห็นว่าน้องควรจะได้พักผ่อนบ้างแล้ว ไม่นานน้องก็พลอยหลับไปบนตักของยองเบโดยที่มียองเบคอยลูบหัวให้ตลอดเวลา

##############################################################

   "ตื่นได้ซะที นอนไปตั้งสองวันนึกว่าจะต้องเตรียมโลงซะแล้ว"

   วินาทีที่จียงลืมตาขึ้นมาซึงฮยอนก็กัดทันที เขารีบ ๆ ช่วงพยุงจียงขึ้นมานั่งเอ๋อมองนู่นมองนี่ แล้วเขาก็นั่งลงที่เดิม จียงใช้เวลาอยู่พอสมควรว่าจะระลึกทุกสิ่งทุกอย่างได้

   "แดซอง..."

   พอนึกถึงแดซองได้จียงก็ลุกพรวดขึ้นแล้วทำท่าจะวิ่งไปที่ประตูแต่ว่า ซึงฮยอนก็ยืนขึ้นด้วยและยกมือขึ้นมากั้นจียงไว้ไม่ให้ไปไหน

   "อะไรของพี่น่ะ ผมจะไปหาน้อง" 

   "เรามีเรื่องต้องคุยกัน"

   "ไว้ทีหลังไม่ได้เหรอพี่ ตอนนี้น้องสำคัญกว่านะ"

   "ก็เรื่องน้องนั่นแหละ"

    ซึงฮยอนต้องพูดอย่างนี้จียงถึงสงบลงได้ เขานั่งลงบนเตียงเบา ๆ จ้องหน้าซึงฮยอนด้วยสีหน้าเศร้า ๆ ประหนึ่งว่าจะห้ามไม่ให้บอกว่าน้องเป็นอะไรไปแล้ว

   "ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นหรอก น้องยังไม่ตาย"

   พอซึงฮยอนพูดอย่างนี้จียงก็ค่อยสบายใจขึ้นบ้างแต่ก็ยิ่งสงสัยมากขึ้นเข้าไปอีกว่า อ้าวแล้วถ้างั้นเรื่องอะไรล่ะ

   "พี่ว่านายควรจะรู้ไว้ ทีหลังจะได้ไม่ทำอะไรแบบนั้นอีก"

   "รู้อะไรเหรอพี่"

   "แดซองชอบนาย"

   วินาทีที่ซึงฮยอนพูดคำ ๆ นี้ออกมาหน้าของจียงก็ถอดสีทันที นี่เขาทำอะไรลงไปนี่ กับคนที่รักเขาและเขารัก อีกแล้ว ถึงแม้ว่ารักของเขาและน้องจะเป็นรักคนละแบบกันก็ตาม แต่แล้วเขาก็นึกขึ้นมาได้

   "จริงเหรอพี่ คือผมก็ไม่ได้รังเกียจอะไรน้องหรอกนะ แต่ผมมองว่าเค้าเป็นน้องก็เท่านั้น ว่าแต่พี่เหอะ ไม่เป็นไรเหรอ พี่........"

   "ช่างมันเถอะ พี่ไม่เป็นอะไรหรอก พี่รับได้"

   วินาทีนั้นจียงก็ต้องตกใจ เพราะซงฮยอนที่ปากบอกว่ารับได้ ๆ แต่น้ำตากลับไหลออกมา ครั้งแรก ที่เขาได้เห็นน้ำตาพี่ใหญ่ เขาลุกขึ้นมากอดพี่ไว้

   "พี่ อย่าเสียใจไปเลย ตอนนี้น้องอาจจะยังไม่รู้ความรู้สึกจริง ๆ ของพี่ แต่ผมเชื่อ ว่าอีกไม่นาน น้องจะรู้ว่าคนที่เค้าควรจะรักจริง ๆ แล้วเป็นใคร"

   "ที่จริงฉันไม่ควรจะมาโดนนายปลอบใจอบ่างนี้เลยนะเนี่ย"

   จากนั้นทั้งคู่ก็หัวเราะทั้งน้ำตาแล้วก็พากันออกไปหาแดซอง

##############################################################

   สามวันให้หลังสี่คนอลเวงก็รีบแจ้นมาที่โรงพยาบาลทันทีที่ได้รับการติดต่อมาว่าแดซองได้สติแล้ว ทั้งสี่คนรีบร้อนจัดจนเผลอวิ่งไปเอะอะอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน แต่ี่ที่นั่นไม่มีแดซอง แน่ล่ะสิ ก็ตอนนี้เข้าย้ายไปอยู่ห้องธรรมดาแล้วนี่นา กว่าจะรู้ตัวและไปถามพยาบาลจนหาแดซองเจอ ก็ใช้เวลานานโขที่เดียว ที่ห้องของแดซอง ซึงฮยอนกับยองเบเดินเข้าไปก่อน 

   "พี่มาช้ากว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยนะ"

   ทันทีที่ประตูเปิดเสียงแผ่ว ๆ ของแดซองก็ลอยมาเข้าหูพี่ ๆ ทั้งสอง ซึงฮยอนวิ่งเข้าไปถึงเตียงภายในเวลาไม่ถึงวินาที ส่วนยองเบก็เดินเข้าไปหาน้อง แบบปกติ 

   "ยังเจ็บอยู่ไหม อยากกินอะไรรึเปล่า อยากอ่านการ์ตูนไหม ................................ เอ้านี่ พี่เอาโดราเอมอนมาฝาก" 

   ซึงฮยอนยิงคำถามเ็ป็นปืนกล ตบท้ายด้วยตุ๊กตาโดราเอมอนตัวโปรดของแดซอง ๆ ยิ้มแหะ ๆ 

   "พี่เค้านอนไม่หลับเลยนะ เวลาไม่ได้ยินเสียงนายก่อนนอนน่ะ อ้อแล้วก็ตอนนี้จานชามกองเป็นภูเขาแล้ว มันรอให้นายไปล้างอยู่แน่ะ"

   ยองเบพยายามจะล้อเล่นกับแดซอง แต่นั่นกลับทำให้น้องหน้าเบ้ไปซะได้

   "ใจคอจะใช้คนป่วยได้ลงเหรอพี่ โหดจัง"

   จากนั้นทั้งสามก็หัวเราะกันคิกคัก ๆ 

   "พี่ยองเบ"

   "หืม..."

   "ตอนนั้นผมพูดไม่ดีกับพี่ ผมขอโทษ"

   "พี่ก็ทำตัวงี่เง่าใส่นาย นายไม่ต้องขอโทษหรอก"

   ยองเบก้มลงไปหอมแก้มแดซองเป็นนัย ๆ ว่า ฉันยกโทษให้นาย

   "พี่จียงกับ ซึงฮยอนล่ะคับ"

   รออยู่นานแต่ก็ไม่เห็นวี่แววสักที ในที่สุดแดซองก็ทนไม่ไหวเอ่ยปากถามถึงสองคนที่ยังไม่อยู่ที่นี่

   "เดี๋ยวนะ...นี่พวกนายน่ะ จะยืนเฝ้าหน้าห้องไปถึงเมื่อไหร่"

   ซึงฮยอนตะโกนสั่งให้สองคนหน้าห้องเข้ามา อย่างที่คิดไว้เป๊ะ เขาคิด สิ้นเสียง ทั้งสองคนนั้นก็วิ่งเข้ามาจับจองที่ข้างเตียงแดซองคนละด้านอย่างกับนัดกันไว้ จียงจับมือซ้าย น้องซึงฮยอนจับมือขวา ทั้งคู่ร้องไห้ฟูมฟาย

   "พี่นึกว่านายจะเกลียดพี่แล้ว พี่มันเลว พี่ขอโทษ ถ้าพี่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างนี้พี่จะไม่พูดแบบนั้นกับนายเลย ยกโทษให้พี่นะ"

   "พี่แดซอง อย่างเกลียดผมนะ คนที่สนิทกับผมที่สุดก็คือพี่ คนที่คอยมาเล่นกับผมเวลาคนอื่นเขาไม่สนใจก็คือพี่ พี่ดีกับผมมาก และผมก็ชอบพี่มาก ผม...ผม...ผม..."

   ทั้งสองคนร้องไห้ไปพูดไปจนฟังไม่ได้ศัพท์ แดซองหัวเราะเบา ๆ

   "ไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้มั้งพี่ ซีงฮยอน ทุกคนก็รู้ว่าที่ผมเป็นยังงี้ก็เพราะผมทำตัวเอง ที่จริงผมต้องขอบคุณพี่จียงด้วยซ้ำ เพราะพี่ผมถึงได้คิดอะไรได้หลาย ๆ อย่าง พี่รู้ไหมตอนที่ผมหลับอยู่น่ะ ผมฝัน ฝันถึงเรื่องราวตั้งแต่วันที่เราพบกัน จนถึงวันที่เกิดเรื่อง แต่แปลกนะ ทั้ง ๆ ที่ผมบอกว่าผมชอบพี่ แต่พี่กลับออกมาในฝันผมแค่ไม่กี่ฉากเอง"

   แดซองพูดยืดยาว แต่จับใจความได้่ว่า เขาไม่ได้โกรธจียงกับน้องซึงฮยอน และคนที่เขาชอบคือคนอื่น"

   "คน ๆ นั้นคงไม่ใช่พี่หรอก ใช่ม้าาาา"

   ซึงฮยอนแซวหน้าตาย แต่ในใจลึก ๆ ก็หวังไว้ว่า เขาจะเป็นคนนั้น"

   "อื้ม พี่นั่นแหละ ผมว่าผมคงชอบพี่นั่นแหละ ส่วนพี่จียงผมคงจะแค่เป็นน้องที่หวงพี่ชายเท่าั้นั้น"

   ซึงฮยอนแทบจะบินไปหาเทวดาเพราะคำพูดของแดซอง  หน้าเขาแดงและร้อนจนแทบไหม้ ริมฝีปากกระตุกเป็นระยะ ๆ กลั้นยิ้มไว้เต็มที่ แดซองเองก็อายเหมือนกัน เขาไม่พูดอะไรต่อ หันหน้าไปทางอื่น

   "งั้นแล้วพวกนายจะยืนเสนอหน้าอยู่หาอะไรล่ะ ไปสิ ชิ่ว"

   ซึงฮยอนเบ่งอำนาจล้นฟ้าไล่สามคนกอขอคอออกไปนอกห้อง แล้วก็จับจองที่นั่งข้าง ๆ เตียงไว้แต่เพียงผู้เดียว เขาเดินวนไปวนมารอบเตียง 

   "พี่เดินไปเดินมาทำไมเนี่ย ผมปวดหัว"

   "พี่หาของอยู่ แป๊บนึง"

   "หาของ ? หาอะไรอ่ะพี่ พี่พึ่งจะมาถึงเองนะ"

   "เจอพอดี"

   ซึงฮยอนก้มลงจูบน้องตรงหว่างคิ้ว แล้วพรมจูบไล่ลงไปตามจมูกโ่ด่ง ๆ ของแดซอง จบลงที่ริมฝีปากที่กำลังสั่นสะท้าน บดขยี้อย่างรุนแรงราวกันต้องการจะทำให้มันช้ำ เมื่อเขาถอนริมฝีปากออก น้องแดซองก็ร้องอ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาออกมายาว ๆ ด้วยความอายจนปวดแผล แดซองยกมือมาปิดหน้าตัวเองแล้วดิ้นไปดิ้นมา

   "พี่ชอบนายมาตั้งแต่วันที่เข้าบ้านมาวันแรก รอยยิ้มสดใสเย้ยโลกอันโสมมของนายทำให้พี่อิจฉา พี่อยากจะยิ้มให้ได้อย่างนาย จนมันกลายเป็นความหลงไหล จากความหลงไหลเมื่อได้มาอยู่กับนาย ความคิดความอ่านของนายมันช่างมีแต่สิ่งดี ๆ และมันช่วยทำให้พี่ลืมความทุกข์ ความเจ็บปวดที่เคยได้รับมา ความสดใสของนายเติมเต็มใจที่ดำมืดมานานของพี่ ตอนนี้ พี่ไม่เสียใจเลยที่พี่จะบอกว่าพี่รักนาย"

   แดซองคลายมือออกแล้วหันมามองหน้าตาจริงจังของซึงฮยอน อย่างที่จียงเคยบอกไว้ แดซองจะรู้ถึงความรู้สึกของซึงฮยอน และจะรู้ตัวสักทีว่าเขาควรจะชอบใคร ทำไมนะ เราถึงได้มองข้ามคน ๆ นี้ที่อยู่เคียงข้างเรามาตลอด เขาคิด ตอนนี้เขาเข้าใจความรู้สึกของจียง ยองเบ และซึงฮยอนที่มีความรักแล้ว และเขาก็ตั้งใจที่จะมีความรักที่ทำให้ทั้งสามคนนั้นอิจฉาให้ได้

    "แล้วผมจะเชื่อได้ยังไงว่าความรู้สึกของพี่เป็นของจริง"

    "แล้วจะให้พี่ทำยังไง เราถึงจะเชื่อ"

    "พิสูจน์อีกทีสิ ได้ไหมล่ะ"

    ตามคำเรียกร้องซึงฮยอนโน้มตัวลงไปจูบน้องอีกครั้ง แต่คราวนี้ตรงไปทีริมฝีปากเลยไม่แวะที่ไหน เสร็จแล้วเขาก็เอามือของแดซองมาแปะไว้ตรงหน้าอกข้างซ้าย ตรงที่หัวใจมันเต้นรัวเป็นกลองตี ความรู้สึกของซึงฮยอนส่งมาถึงแดซองแล้ว ใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะของแดซองค่อย ๆ เต้นเข้าจังหวะกับใจของซึงฮยอน จนเป็นเสียงเดียวกันในที่สุด

    "สัญญาได้ไหมว่าพี่จะไม่ทำให้ผมเสียใจ"

    "จนตายก็ไม่ทำ.....แล้วนายสัญญากับพี่ได้ไหมว่าต่อไปนี้จะไม่มองใคร"

    "ผมจะมองแต่พี่คนเดียว"

    "แดซอง นายเป็นของใคร"

    "ตั้งแต่นี้ต่อไป ผมเป็นของพี่คนเดียว"

    ทันใดนั้นประตูก็เปิดผัวะเข้ามา ทั้งสามคนที่แอบฟังอยู่จนอ้วกแทบพุ่งเพราะความเลี่ยนเกินจะทน เกิดอาการหมั่นไส้ บุกเข้ามาประชิดเตียง ซึงฮยอนดีดตัวออกจากเตียงอย่างไว ส่วนแดซองแกล้งหลับ ทั้งสี่คนมองหน้ากันไปมาแล้วก็หัวเราะก๊ากออกมา และแดซองที่แกล้งหลับอนู่ก็ลืมตามาหัวเราะกับเค้าด้วย สามเดือนข้างหน้าเมื่อแดซองหายดีพวกเขาก็จะเดบิวท์กัน พวกเขาจะได้เป็นดาวดวงใหม่ประดับวงการหรือไม่มันไม่สำคัญ ตอนนี้พวกเขาแค่ต้องการประกาศให้โลกรู้ว่ายังมีเด็กกลุ่มนึงที่ได้ไล่ตามความฝันมาจนถึงจุด ๆ นี้ และถ้าพวกเขาทำมันได้สำเร็จ คนมากมายจะได้มีความสุขไปกับเสียงเพลงของพวกเขา พยายามต่อไปนะ จนกว่านั้นจะมาถึง

##############################################################

ThE EnD - ขอบคุณที่ติดตามนะจ้ะ  

   

 

'till the end of the days # 6 Try smiling

posted on 12 Aug 2008 14:32 by madmelodysarang

   หลังจากที่จียงกับน้องซึงฮยอนต่างก็รู้ใจกันและกันแล้วโลกของทั้งสองก็ เปลี่ยนไปเป็นสีชมพู โลกที่เคยยุ่งเหยิงกลายเป็นโลกแห่งสายลมและสองเรา คนอื่นบนโลกใบนี้กลายเป็นจุดดำ ๆ ในสายตาของทั้งคู่ สองคนเดินจับมือกันตลอดเวลา แอบหอมแก้มกันทุกครั้งเมื่อมีโอกาส แข่งกันป้อนข้าวป้อนน้ำกันจนอีกฝ่ายแทบจะสำลักตาย สิ่งเหล่านั้นในสายตาคนอื่น ๆ อาจจะดูเป็นสิ่งที่น่ารักน่าชังก็จริง แต่ยกเว้นกับคน ๆ นึง

   "จะกินกันอีกนานไหม รอมานานแล้วนะ"

   แดซองตบโต๊ะกินข้าวจนจานสั่นไปหมดแล้วลุกพรวดขึ้นมาเก็บ ๆ จานชามไปจนหมดและเดินไปที่อ่างล้างจาน เขาไม่เสียเวลารอแม้เพียงเสี้ยวนาทีเพื่อจะเก็บช้อนที่กำลังคาปากน้องซึงรี อยู่ด้วย เขากระแทกกระทั้นล้างจานโครม ๆ จนยองเบทำหน้าเบ้กลัวจานจะบิ่นหมด 

   "ไปกินรังแตนที่ไหนมาล่ะนั่น" 

   จียงมองแดซองแว่บนึงแล้วก็หันมาอ้อล้อกับน้องซึงฮยอนต่อ

    "ป่าวซะหน่อย"

    แดซองกระชากเสียงขึ้นมาแล้วก็ล้างจานโครม ๆ ต่อไป ทวีความรุนแรงมากขึ้น

   "นี่พวกนายน่ะ ไปอ้อล้อกันที่อื่นได้ป่ะ พี่อ่านหนังสือไม่รู้เรื่องเลย" 

    ซึงฮยอนกระแอมให้สองคนนั้นรู้ตัวแล้วพูดออกมา

    "ใช่ มาจู๋จี๋อะไรแถวนี้ นี่บนโต๊ะกินข้าวนะ....."

   พูดยังไม่ทันจบโทรศัพท์ของยองเบก็ดังขึ้น

   "ฮัลโหล....อ๊ะ พี่...นึกว่าใคร เอาเบอร์ใครโทรมาเนี่ย..."

   ดงอุกโทรมานั่นเอง จากนั้นบรรยากาสสีชมพูน่าอึดอัดก็แผ่ขยายเป็นกำลังสี่

   "โอ๊ย เบื่อ"

   แดซองยัด ๆ จานเข้าที่แล้วเดินกระแทกปึ้ง ๆ เข้าห้องไป ส่วนกอขอคอซึงฮยอนใหญ่ก็ปล่อยให้จียงและน้องซึงฮยอนยึดพื้นที่โต๊ะกินข้าวฝั่งซ้ายทั้งฝั่งเป็นสถานที่พลอดรัก ส่วนทางปีกขวานั้นฝูงมดกำลังขึ้นมือถือยองเบอยู่

............................................................................................................................................................

   "ผมจะไปพักร้อนอีกรอบ"

   อยู่ดี ๆ แดซองก็พูดขึ้นมาขณะที่กำลังประชุมเรื่องคอนเซปต์อัลบั้มใหม่อยู่

   "อะไรของนาย ดรีมโปรเจคของเรากำลังจะได้เดบิวท์นะ จะไปไหนมาไหนบ่อย ๆ ได้ยังไง ต้องซ้อมสิ"

   จียงหันมาดุน้องตาเขียว น้ำเสียงของเขาหยาบกระด้างขึ้นร้อยเท่าถ้าเทียบกับตอนที่เขาอี๋อ๋อเลือกเสื้อให้น้องเล็ก

   "ผมเหนี่อย ผมเซ็ง ผมเครียด ผมจะบ้าตายอยู่แล้ว...ไม่รู้ล่ะผมจะไป แล้วอีกสองสามวันให้หลังค่อยเจอกันละกัน"

   วันนี้มาแปลกแดซองขึ้นเสียงสู้กับจียง เขาพูด ๆ ๆ เรื่องที่อยากจะพูดออกมาแล้วก็ปึ้งปั้งเดินออกจากห้องนั้นไป

   "งั้นพี่ไปด้วยละกัน หลายวันมานี่แดซองมันเป็นอะไรก็ไม่รู้ เป็นห่วงว่ะ"

   ซึงฮยอนใหญ่ลุกพรวดแล้วก็พูด ๆ ๆ จากนั้นก็คารวะจียงที่ทำหน้าไม่พอใจสุดฤทธิ์สองสามทีแล้ววิ่งตามแดซองออกไป

   "ให้มันได้ยังงี้สิ เอาแต่ใจกันทั้งนั้น เออเนี่ยพี่ว่าตัวเนี้ยะไม่สวยอ่ะ ไม่เหมาะกับน้องพี่เลย เอาตัวนี้ดีก่า...."

   จียงบ่นอุบอิบแล้วจากนั้นเขาก็หันไปจุกจิกกับเสื้อที่น้องซึงฮยอนกำลังเอามาทาบตัวอยู่ต่อ

............................................................................................................................................................

   "นายคิดจะไปที่ไหน"

   ซึงฮยอนเดินไล่กวดแดซองจนทัน เขาคว้ามือน้องไว้แล้วถาม

   "เรื่องของผม"

   แดซองยังคงเดินต่อไป เขาพูดโดยไม่หันมามองซึงฮยอนเลยด้วย

   "นายเป็นอะไรไปเนี่ย พักนี้นายทำตัวแปลก ๆ นะ"

   ซึงฮยอนหยุดเดินกะทันหัน เขากระตุกแขนน้องนิดนึงเป็นนัย ๆ ว่า หยุด แล้วหันมาคุยกับฉันดี ๆ เดี๋ยวนี้

   "พี่อย่ายุ่งกับผมได้ป่ะ ตอนนี้ผมไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้น"

   แดซองยังคงดื้อไม่หันมามองซึงฮยอน เขาพยายามจะเดินต่อไปแต่ซึงฮยอนก็รั้งตัวเขาไว้

   "กับพี่ด้วยเหรอ เดี๋ยวนี้มีอะไรบอกพี่ไม่ได้แล้วใช่ป่ะ พีเป็นคนนอกไปแล้วใช่ป่ะ"

   ซึงฮยอนเพิ่มความดังของเสียงมากขึ้นอีกนิดแต่คราวนี้เขากระตุกแขนน้องแรงขึ้นมากจนน้องร้องโอ๊ย

   "เจ็บเหรอ เป็นไรมากรึเปล่าพี่ขอโทษ"

   พอซึงฮยอนปล่อยมือแดซองก็รีบชักแขนไปกุมไว้ทันที พอเห็นอย่างนั้นซึงฮยอนก็ใจไม่ดีเลย นี่ตกลงว่าเขามาช่วยน้องหรือมาซ้ำเติมน้องกันนี่

   "มีอะไรบอกพี่สิ นายเคยทำอย่างนี้ทุกทีไม่ใช่เหรอ นายก็รู้ว่าพี่เป็นห่วง ตอนนี้เจ้าพวกนั้นอาจจะไม่สนใจนายก็จริง แต่นายจะทำตัวอย่างนี้จนกว่าพวกนั้นจะสนใจไม่ได้นะ โตแล้วพี่ว่านายก็น่าจะคิดเองได้"

   "เพราะมันโตแล้วน่ะสิ เพราะมันคิดได้แล้วน่ะสิ มันถึงได้แย่.............ผมชอบพี่จียง แล้วพี่รู้ป่ะตอนนี้ผมเกลียดน้องมาก ตอนกินข้าวแทบอยากจะเอาจานเขวี้ยงใส่หน้ามันด้วยซ้ำ"

   แดซองหันมาตวาดใส่ซึงฮยอน น้ำตาน้องท่วมหน้าและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เขาพูดทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดออกมาจนซึงฮยอนตกใจ

   "แล้วนายไปเกลียดน้องเพราะว่าจียงมันเลือกน้อง ไม่ใช่นายเนี่ยนะ ใจแคบไปรึเปล่า"

    ทั้งสองคนหันไปตามเสียง ตรงประตูหน้าบ้านนั้นยองเบที่กำลังยืนพิงขอบประตูมองเขาทั้งสองคนมาตั้งแต่แรก สีหน้าเขาดูไม่พอใจมาก

      "ก็ว่าอยู่แล้วว่ามันแปลก ๆ ดีที่ตามมาดู ว่าไง เรื่องแค่นั้นอ่ะเหรอที่นายโกรธเป็นฟืนเป็นไฟจนไม่สนใจการทำโปรเจคของเรา หัวคิดเอาไปทิ้งไว้ที่ไหน"

      ยองเบเดินอาด ๆ เข้ามาพร้อมสาดบรรดาคำพูดประชดประชันใส่แดงซองเป็นชุด ซึงฮยอนหันซ้ายหันขวาหาคนช่วย บรรยากาศตอนนี้ตึงเครียดอย่างบอกไม่ถูก แดซองจ้องยองเบตาขวาง

      "พี่ก็เหมือนกันน่ะแหละ  เรื่องแค่นี้เรอะ พูดมาได้ ตอนที่พี่กับเฮียทะเลาะกันมันดูมีหัวคิดมากว่างั้น อ้อ แล้วผมก็ไม่ได้ทำให้ใครเกือบตายด้วย"

    ยองเบเต้นผางเพราะคำพูดของแดซอง เขากระชากคอเสื้อน้องเงื้อมือเตรียมจะชก

   "พอเถอะ นายมาทำให้เสียเรื่องมากไปแล้ว"

   ซึงฮยอนปรามแล้วจับมือยองเบไว้ ยองเบสบัดตัวออก

   "โอ๋กันเข้าไปสิ ทำงี้แล้วงานมันจะเดินได้ยังไง"

   ยองเบตวาดใส่ฟ้าลงดิน เขาไม่มองหน้าใครทั้งสิ้น

   "เอะอะอะไรกัน เสียงดังไปถึงไหนต่อไหนแล้วเนี่ย"

   ระหว่างที่สามคนนั้นกำลังฮึ่ม ๆ ใส่กันนั้นเอง จียงเดินโอบน้องซึงฮยอนมาผสมโรงด้วย

   "นี่แดซอง เจอก็ดีและ ผู้จัดการหาตัวอยู่แน่ะ เขาโวยวายใหญ่เลย"

   จียงพูดกับแดซองก็จริงแต่คนที่เขามองหน้าคือน้องซึงฮยอน ทั้งคู่อีอ๋อ ๆ กันยกใหญ่ แดซองกำหมัดแน่น

   "ไม่ไป"

   แดซองกัดฟันกรอดแล้วพูดโพล่งออกไป

   "ว่าไงนะ"

   จียงหันขวับ การที่สมาชิกในกลุ่มขึ้นเสียงใส่ลีดเดอร์เป็นสิ่งที่ขัดใจเขามากที่สุด

   "ก็บอกว่าไม่ไปไง ผมเบื่อแล้ว วงการเพลงโง่ ๆ นี่ ผมจะกลับบ้าน"

   แดซองพูดไปโดยไม่คิดอะไรทั้งสิ้น ที่จริงเขาแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าคำที่พูดออกไปกับคำที่เขาคิดอยู่เป็นคำ ๆ เดียวกันหรือเปล่า จียงที่อารมณ์ขึ้นอย่างแรงตบหน้าแดซองสุดกำลังจนคอน้องแทบเคล็ดด้วยแรงสะบัด

   "เฮ้ย มีอะไรก็พูดกันดี ๆ สิ"

   ซึงฮยอนใหญ่เอาตัวเข้าขวางจียงไว้เมื่อเห็นทีท่าว่ากำลังจะลงไม้ลงมือกับน้องอีกรอบ

   "...พี่ตบผม"

   แดซองพูดทั้งน้ำตา เขายกมือขึ้นมาปิดแก้มที่กำลังเจ็บแปล๊บ ๆ

   "เออสิ เอาอีกทีก็ได้นะ"

   จียงตะโกนข้ามหัวซึงฮยอนใหญ่มา น้องซึงฮยอนเข้าไปช่วยซึงฮยอนใหญ่อีกแรง ส่วนสีหน้ายองเบชักเริ่มแย่ลง เขาเริ่มรู้สึกว่ามันชักจะเลยเถิดไปกันใหญ่แล้ว

   "นายอ่ะนะ ไม่เหมาะกับโปรเจคของเราเลยสักนิด ก็ดี จะไปไหนก็ไป ไปแล้วไม่ต้องโผล่หัวมาให้เห็นอีกนะ"

   คำพูดที่มาจากความโกรธเกรี้ยวของจียงทำลายหัวใจของแดซองให้แตกยับลง ตั้งแต่เกิดมาเขาเพิ่งจะเคยรู้สึกแบบนี้เป็นครั้งแรก เขาไม่มีกำลังใจที่จะร้องเพลงอีกต่อไปแล้ว น้ำตาเขาไหลออกมาไม่ขาดสาย ตาที่เริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ มองจียงแบบไม่วางตา แต่แววตานั้นไม่ใช่แววตาที่แฝงไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย แต่นั่นเป็นสายตาที่แสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดแทบขาดใจของผู้เป็นเจ้าของหัวใจที่สื่อผ่านสายตานั้นออกมา แต่จียงก็ยังไม่สามารถรับจิตใจของแดซองที่พยายามจะสื่อออกมาได้ จียงยังคงสบถใส่แดซองต่อไปจนเขาทนที่จะฟังต่อไปอีกไม่ไหว เขาวิ่งหนีไปจากตรงนั้นสุดแรงเกิดตรงไปทางประตูทางออก เขาวิ่งปาดน้ำตาไปในขณะที่คอมีกำลังโทรศัพท์และขับรถเข้ามาด้วยความเร็ว เมื่อต่างคนต่างไม่ระวัง พอคอมีเงยหน้าขึ้นมาแดซองก็มาขวางอยู่ตรงหน้ารถเธอพอดี วินาทีนั้น เสียงเบรกดังไปสี่ทิศ ตามด้วยเสียงกรีดร้องของคอมีและสี่คนนั้น จียงวิ่งมาถึงตัวแดซองก่อนใคร เขาคุกเข่าลงข้าง ๆ แดซองที่นอนนิ่งสนิทบนกองเลือดขนาดใหญ่ เขาเขย่า ๆ ตัวน้องเบา ๆ เหมือนที่น้องเคยมาเขย่าตัวเขาตอนเช้า ๆ เพื่อปลุกเขา แต่ไร้ซึ่งปฏิกริยาตอบสนอง เขาลงไปกอดน้องและร้องห่มร้องไห้ ในขณะที่อีกสามคนที่เหลือรีบวิ่งมาดึตัวเขาออกไปเพราะกลัวว่าแดซองจะได้รับการกระทบกระเทือนไปมากกว่านี้ วินาทีที่จียงเห็นเลือดของแดซองเปื้อนเต็มสองมือตัวเองนั้นความทรงจำที่เลวร้ายในอดีตก็ตามมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง แต่ทว่าคราวนี้มันแจ่มชัดเหมือนว่าเพิ่งเกิดเมื่อกี้ เขากรีดร้อง และหมดสติไปในอ้อมกอดของน้องซึงฮยอน

##############################################################################

F 7 # The fool with tears  SooooooooooooooooN